ปกติเวลาไปโตเกียว เรามักจะเลือกพักย่านเดิม ๆ หรือโรงแรมที่คุ้นเคย แต่ทริปนี้เราตั้งใจมองหาโรงแรมใหม่ในตัวเมือง จนได้มาลองเปิดใจเข้าพักที่ Fairmont Tokyo ซึ่งเปิดมาได้เพียงหนึ่งปี ภายในโรงแรมถูกออกแบบให้เปิดรับวิวโตเกียวในมุมมองที่สวยแปลกตา บรรยากาศอบอุ่น มีความเป็นส่วนตัว จนเหมือนได้หลบหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนอย่างแท้จริง
เราเดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ที่สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) นั่งแท๊กซี่เพียง 20 นาทีก็มาถึงโรงแรม โชคดีที่ห้องพักที่จองมาเข้าใช้ Fairmont Gold Lounge ชั้น 42 ได้ เพราะเราสามารถเช็คอิน นั่งพักทานของว่าง หรือจิบ Afternoon Tea ยามบ่าย และค็อกเทลช่วงเย็น โดยมี Butler คอยให้บริการตลอดทั้งวัน ถ้าอยากออกไปช้อปปิ้งหรือหาร้านอาหารอร่อย ๆ ก็นั่งรถไปกินซ่าแค่ 10 นาทีเท่านั้น
ห้องพักทั้งหมดอยู่บนชั้น 36-42 ของอาคาร ทันทีที่เปิดประตูห้องพักเข้าไป ผ้าม่านไฟฟ้าจะเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นวิว Tokyo Tower และตึกระฟ้าแบบ Floor-to-ceiling ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มเหลือบเทาสะท้อนกับแสงไฟจากตึกสูงในเมืองยามค่ำคืนเป็นภาพที่งดงามมาก พื้นที่ในห้องแบ่งเป็นสัดส่วน เตียงนอนขนาดใหญ่นุ่มสบาย ห้องอาบน้ำและส้วมอยู่คนละส่วนแยกใช้งาน สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับโรงแรม 5 ดาวครบครัน และยังมี Minibar แบบ non-alcohol เตรียมไว้ให้บริการฟรีอีกด้วย




ในโซน Wellness จะมีสระว่ายน้ำในร่มลอยฟ้าที่ออกแบบผนังกระจกใสบานยักษ์ในมุมที่มองเห็น ‘โตเกียวทาวเวอร์’ ได้แบบเต็มสายตาในขณะว่ายน้ำ ด้านนอกจะมีบ่อ Jacuzzi ขนาดใหญ่ที่เปิดรับอากาศธรรมชาติในขณะแช่น้ำอุ่น ถัดไปเป็น The Fairmont Spa ที่มีเทคนิคการนวดผ่อนคลายให้เลือกหลากหลาย พร้อมห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องเล่นของ Technogym วางหันหน้าออกสู่ทิวทัศน์เมืองแบบ 180 องศา สามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวเมืองได้อย่างเพลิดเพลิน


เรื่องอาหารการกินก็มีให้เลือกอย่างครบครัน เริ่มจากอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีให้เลือกสองสไตล์อย่างเทปปันยากิและซูชิโอมากาเซะ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาชั้นนำ ส่วนห้องอาหารแบบ All-Day Dining ก็นำเสนอเมนูนานาชาติทานง่ายทั้งพิซซ่า พาสต้า สลัด หรือเสต็ก พร้อมไลน์อาหารเช้าออร์แกนิกที่หลากหลาย





ปิดท้ายค่ำคืนที่ The Skyline Rooftop บาร์บนชั้นสูงสุดที่มีไฮไลต์คือสามารถมองเห็นทั้ง โตเกียวทาวเวอร์ และ สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) การได้จิบ Signature Cocktail พร้อมชมแสงไฟระยิบระยับของโตเกียว เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและเติมเต็มทริปนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม จะมาพักแบบคู่รัก มาทำงาน หรือพักผ่อนเป็นครอบครัว ก็สบายหายห่วง

My Travel Diary & Exclusive Privileges
ทริปนี้เราเลือกจองผ่านสิทธิ์ M Travel ของ M Card (สำหรับสมาชิก Scarlet M Card, Platinum M Card และบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa ระดับ Legend/Luxe) ซึ่งมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามาก
-Stay 3, Pay 2: พัก 3 คืน จ่าย 2 คืน (รับสิทธิ์เข้าพักฟรีในคืนที่สาม ไม่มีข้อจำกัดเรื่องวันหยุด ตลอดปี พ.ศ. 2569)
-Complimentary Breakfast: บริการอาหารเช้าฟรีทุกวัน สำหรับ 2 ท่าน
-Hotel Credit $100 USD: รับเครดิตโรงแรม 100 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับใช้บริการห้องอาหารหรือสปา (ยกเว้น In-room dining)
สามารถจองผ่าน Reservation Contact Center อีเมล: [email protected] ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 69
นอกจากนี้ทาง M Card ยังมีเอกสิทธิ์ ณ ห้างสรรพสินค้า Matsuya Ginza: รับส่วนลดสูงสุด 7% ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ, บัตรกำนัลร้านอาหารชั้น 8 มูลค่า 1,000 เยน และสิทธิ์เข้าใช้ VIP Lounge ชั้น 3
ใครที่มีบัตรอยู่แล้ว แนะนำให้ลองเข้าไปเช็กสิทธิ์ในแอป M Card ที่ปุ่ม M Travel หรือคลิกดูรายละเอียดที่ https://mcard.to/jemmVM นะคะ จะช่วยให้การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นจริง ๆ ค่ะ